เทศน์เช้า วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๐
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะเนาะ วันนี้วันพระ วันนี้วันพระนะ วันพระเพราะว่ามีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ขึ้นมาเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงมีพระธรรม เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธัมมจักฯ พระอัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรม ถึงมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ถ้าวันนี้วันพระ วันพระ เราจะมีวันพระได้ต้องมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อน เวลามีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาปรารถนาเป็นพระโพธิสัตว์ เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนาเป็นพระโพธิสัตว์ เห็นไหม เวลาสร้างสมบุญญาธิการมา เห็นไหม เป็นสัตว์ เสวยชาติเป็นกวาง เป็นเก้ง เป็นต่างๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเสวยชาติ นี้เสวยชาติขึ้นมา เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมแล้วมันมีอริยสัจ มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค มีสัจจะ มีความจริงไง ถ้าสัจจะความจริง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนตรงนี้ สอนถึงอริยสัจ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
พูดถึงความทุกข์ของเรา ความทุกข์ความยากในหัวใจนี้ พุทธศาสนาเพื่อมาขัดเกลา ธรรมโอสถ ธรรมโอสถไง เวลาเราเจ็บไข้ได้ป่วย เราไปโรงพยาบาลไปรักษาให้หายจากโรคจากภัย พระพุทธศาสนาสอนถึงถอดถอนกิเลส ถอดถอนกิเลสออกจากใจไง ถอดถอนกิเลสออกจากใจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเที่ยวสวนเห็นคนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตายใช่ไหม เราก็ต้องเป็นแบบเขาใช่ไหม เราก็ต้องเกิด แก่ เจ็บ ตายไปกับเขาใช่ไหม มันต้องมีฝั่งตรงข้ามที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตายไง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสวงหาตรงนี้ แสวงหาธรรมโอสถนี้ เพื่อชำระล้างกิเลสอันนี้ในหัวใจอันนี้ ให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพ้นจากทุกข์ไป ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย แล้วทำอย่างไรไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตายล่ะ
เวลาเราเกิดมานะ เกิดมาแล้วเรากลัวแต่ความตายทั้งนั้น ทุกคนเกิดมาแล้วพอพูดถึงความตาย เราไม่อยากตาย ไม่อยากตาย เพราะ เพราะว่าตายแล้วจะไปไหนไม่รู้ เพราะอะไร เพราะไม่ได้ศึกษาพระพุทธศาสนาไง
แต่ถ้าศึกษาพระพุทธศาสนานะ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ถ้าทำคุณงามความดีไว้ ทำคุณงามความดีไว้ จิตตคหบดีเวลาจะตายขึ้นมา เทวดาเอารถม้ามารับเลย เวลาเขาจะตายเขาตายดีไง เวลาคนเขาตายดีเขาไปด้วยความสุข ความสงบ ความรื่นเริงของเขานะ เวลาตายทุกข์ตายยาก เห็นไหม ดิ้นรนกระวนกระวาย ดิ้นรนตกนรกอเวจีไปนั่นน่ะ
เวลาตายดี เห็นไหม ตายดี ถ้าคนเราต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย ชีวิตนี้มีการพลัดพรากเป็นที่สุดเป็นเรื่องธรรมดา แต่ธรรมดาแล้วศึกษาพระพุทธศาสนาแล้วเราทำคุณงามความดีไว้ เช่น วันนี้วันพระมาวัด มาวัดมาสร้างคุณงามความดีของเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่า หาเงินได้ ๑ บาท เลี้ยงชีพไว้ ๑ สลึง ทำการธุรกิจไว้ ๑ สลึง เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ ๑ สลึง อีก ๑ สลึงฝังไว้ในแผ่นดิน ฝังไว้ในแผ่นดิน นี่ไง สิ่งที่เราเสียสละๆ ฝังไว้ในพระพุทธศาสนา ถ้าฝังไว้ๆ ใครเป็นคนฝังล่ะ เจตนาความเชื่อที่เรามาเสียสละ เสียสละหลุดจากมือเราไป แล้วมันฝังลงที่ไหนล่ะ ฝังลงที่หัวใจไง หัวใจที่มันเป็นทิพย์ๆ ไง
เวลาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ หัวใจเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะไง หัวใจที่มันฝังของมันไว้ มันทิพย์ฝังสมบัติของมันไว้ เวลามันไป คุณงามความดีมันเกิดเกิดตรงนี้ไง ถ้าคนมีอำนาจวาสนาอยากจะประพฤติปฏิบัติ เวลาอยากประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เวลาเรามานั่งภาวนากัน ดูสิ ในแนวทางการประพฤติปฏิบัติ ดูสิ เวลาเขาปฏิบัติกัน เป็นสัตว์ เป็นเสือ เป็นต่างๆ เห็นไหม พระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ เวลาพระโพธิสัตว์นะ ปรารถนาเป็นพระโพธิสัตว์ เวลาเสวยชาติต่างๆ ไอ้ชาติต่างๆ นั้นเสวยเพราะคุณงามความดีไง เป็นหัวหน้าสัตว์ เป็นผู้ที่มีคุณธรรม เพื่อสร้างอำนาจวาสนา
ดูสิ เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปอยู่ป่าเลไลย์ ไอ้ช้างที่อุปัฏฐากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นก็ช้างโพธิสัตว์ ไอ้ลิงที่ถวายน้ำผึ้งนั่นก็ลิงโพธิสัตว์ เวลาเขาเกิดเป็นโพธิสัตว์ เป็นสัตว์ยังรู้จักทำคุณงามความดีไง ทำคุณงามความดีเพื่อสร้างสมบารมีในหัวใจนี้ไง
เหมือนที่เราทำคุณงามความดีกันอยู่ไง ถ้าคุณงามความดี แล้วเราทำในหัวใจของเรา หัวใจของเรา เห็นไหม ได้สร้างคุณงามความดี ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วไง แล้วถ้ามันจะเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ มันก็เป็นผลของวัฏฏะ มันเป็นอายุขัย มันต้องเป็นไปโดยสัจจะความจริงไง แต่สัจจะความจริงเราต้องมีเครื่องพยุงชีวิตของเราไปไง ให้มันไปกับคุณงามความดี
เวลาจะถอดจะถอนมาภาวนา เวลาภาวนาขึ้นมาไปรู้ไปเห็นต่างๆ เห็นสัตว์เสือต่างๆ เวลา ดูสิ เวลาไอ้พวกไสยศาสตร์ เวลามันออกลิงออกค่างนั่นน่ะ เป็นลิงลม เป็นต่างๆ ไอ้นั่นมันไสยศาสตร์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาเสวยภพ เสวยชาติ เป็นพระโพธิสัตว์นั้นเป็นเรื่องจริง ไอ้ไสยศาสตร์ไสยศาสตร์คืออุปาทานในหัวใจไง คือความเชื่อในหัวใจไง ถ้าความเชื่อในหัวใจ เรื่องสิงสาราสัตว์ต่างๆ ที่เราไปรู้ไปเห็นต่างๆ มันเป็นเรื่องอุปาทาน เป็นเรื่องผลของวัฏฏะ มันไม่เป็นอริยสัจไง
ถ้าเป็นอริยสัจนะ เวลาเราจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมา ศีล สมาธิ ปัญญา เราทำความสงบของใจเข้ามา ถ้าใจมันสงบระงับเข้ามา ถ้ามันจะแก้ไขมันแก้ไขที่ ถ้าแก้ไขที่นี่ ถ้าจิตสงบแล้วเวลายกขึ้นสู่วิปัสสนา ถ้ายกขึ้นสู่วิปัสสนา ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค มรรคญาณ มรรคญาณ มรรคที่มันเกิดคือศีล สมาธิ ปัญญาที่เกิดขึ้น เวลาพระพุทธศาสนาสอนอย่างนี้ หัวใจของพระพุทธศาสนา เรื่องอริยสัจหัวใจของพระพุทธศาสนา
เราเป็นชาวพุทธ เราก็มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เวลาพระพุทธเจ้าก็องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราเกิดไม่ทันท่าน เราเกิดไม่ทันท่าน เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสั่งพระอานนท์ไว้ ธรรมและวินัยจะเป็นศาสดาของเธอ ธรรมและวินัยจะป็นศาสดาของเธอ
ธรรมวินัยที่เราศึกษาแล้ว ศึกษาด้วยกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ด้วยอุปาทานของคน มันก็ตีความของมันไปแตกต่างหลากหลาย ในการประพฤติปฏิบัติในพระพุทธศาสนาที่มีความเชื่อต่างๆ กันไปไง แต่ถ้าเรามีความเชื่อ เรามีศรัทธาความเชื่อของเรา ด้วยความมั่นคงของเรา เราจะเชื่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โดยสัจจะโดยความจริง ถ้าเราศึกษาเราก็ศึกษาด้วยสติด้วยปัญญาของเรา เวลาจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมามันเป็นจริตนิสัย เวลามันจะเป็นไปในหัวใจ แล้วถ้าหัวใจมันแถ มันออกนอกเรื่องนอกราว นั่นน่ะมันจะพาเราออกนอกเรื่องนอกราวไง เรามีสติยังยั้งไว้ เราจะเอาความจริงๆ ของเราไง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนาป็นพระโพธิสัตว์ ปรารถนาเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสวยภพเสวยชาติเป็นพระโพธิสัตว์ๆ ไอ้หัวใจของเรามันไปเสวยด้วยไสยศาสตร์ มันส่งออกหมด ถ้ามันจะเป็นจริงๆ เห็นไหม เราจะเอาหลักพระพุทธศาสนา ศีล สมาธิ ปัญญา ศีล สมาธิ ปัญญาไง ถ้าศีล สมาธิ ปัญญา คนต้องมีอำนาจวาสนา
ดูสิ คนที่เขามีฐานะ ความเป็นอยู่เขาเรียบง่าย บ้านที่เขาหรูหราเรียบแล้วหรู ไอ้ของเราแปะเข้าไป มีอะไรพะรุงพะรังเลย อยากรู้อยากเห็นอะไรร้อยแปด คนที่เขามีฐานะนะ บ้านเขาเรียบ หรู พระพุทธศาสนาสอนถึงความเรียบง่าย ไม่มีสิ่งใดเข้ามาเจือปนเลย แต่ด้วยกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ด้วยความเห็นของคน ส่งออกทั้งนั้น ส่งออกทั้งนั้นแล้วก็ไปยึดสิ่งนั้นว่าเป็นธรรมๆ ใครไม่รู้ไม่เห็นอะไร คนนั้นภาวนาไม่เป็น คนภาวนาเป็นต้องรู้ต้องเห็นต่างๆ
รู้เห็นก็เป็นสวนสัตว์ไง ไปดูสวนสัตว์สิ สวนสัตว์เขาดูแลรักษาดีกว่าเราเลี้ยงอีก เขามีสัตวแพทย์คุ้มครองดูแลเลย แล้วจะแก้กรรม แก้กรรมก็ไปคุกสิ เวลาคุกทำความผิดเข้าคุก เดี๋ยวออกจากคุกแก้กรรม ๒๐ ปีออกจากคุกมาแก้กรรม เป็นเรื่องไสยศาสตร์ เป็นเรื่องความเชื่อ แล้วเราก็หลงใหลไปกับเขา
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาสอน สอน เห็นไหม เรามีสิ่งใด คนเราทุกข์จนเข็ญใจขนาดไหน อนุโมทนาทานไปกับเขา เราเกาะคุณงามความดีของเราไป ถ้าเรามีสิ่งใดนะ เราก็บำรุงหัวใจให้มันเข้มแข็งขึ้นมา
การเสียสละคือความตระหนี่ถี่เหนียวไง มันตรงข้าม การสละคือตรงข้ามกับความตระหนี่ถี่เหนียว สิ่งต่างๆ มันตระหนี่ถี่เหนียวในหัวใจของเรามันเป็นอุปาทาน มันยึดมั่นถือมั่นโดยธรรมชาติของมัน ของกู ของกูทั้งนั้นน่ะ โดยสัจจะโดยธรรมชาติ แต่เราก็ฝึกหัดๆ ให้มันหูตาสว่างไง ให้มันหูตาสว่าง ทำประโยชน์ได้ไหม หัดทำประโยชน์เสียบ้าง ทำประโยชน์ๆ ให้จิตใจมันสร้าง สร้างคุณงามความดีของมันไง ทำประโยชน์กับหัวใจเราบ้าง
ถ้าหัวใจมันทำประโยชน์ออกไปนะ มันออกไปมันอึดอัดขัดข้องทั้งนั้นน่ะ แต่เราฝึดหัดๆ ให้มันเปิดกว้างใช่ไหม แล้วมันจะรู้เห็นสิ่งใดนะ เห็นด้วยการส่งออก เห็นด้วยอุปาทาน เห็นด้วยจริตนิสัย เห็นแล้ววาง เพราะการเห็นอย่างนั้น เพราะจริตนิสัยอย่างนั้นมันถึงชักนำให้จิตใจของเราเป็นอย่างนั้น ชักจิตใจของเราให้ไปมืดบอดไง แต่ถ้าเราจะดึงกลับมาให้สู่พุทธะ ให้สู่สัจจะความจริง เราตั้งสติของเราไว้ ปัญญาอบรมสมาธิ พุทโธชัดๆ พุทโธชัดๆ ไว้ เห็นไหม คนที่เขาร่ำรวย เขามั่งมีศรีสุข เงินทองเขาล้นฟ้า บ้านเรือนเขาอยู่กันเรียบง่าย เขาไม่ต้องเอาอะไรมาแปะให้รกรุงรังหรอก
สัมมาสมาธิเวลาจิตมันสงบเข้ามามันเรียบหรู เรียบง่าย สว่างกลางหัวใจ มีความว่าง มีความผ่องใส ความผ่องใสก็เปรียบพระอาทิตย์ ความผ่องใสก็แสงสว่าง ส่งออกทั้งนั้น ความผ่องใสมันเป็นภาษา มันผ่องใสมันโล่งโถงกลางหัวใจ ถ้ามันเป็นประโยชน์ นี่พระพุทธศาสนา ถ้าพระพุทธศาสนามันมีสัจจะ มีความจริงอย่างนี้ มันจะต้องไปแข่งขันอะไรกับใคร ไอ้คนที่มันแข่งขันๆ เพราะข้างในมันกลวง
หลวงตาท่านพูดประจำ ถ้าไม่ติดเราซะอย่างหนึ่งจบ ติดเราไง อยากให้เขาเชื่อถือศรัทธา อยากจะเทียมหน้าเทียมตา มึงจะเทียมตาใคร หน้าตามึงไม่มีหรือ หน้าตามึงก็มีอยู่แล้วต้องไปเทียมหน้าเทียมตาใคร ถ้ามันมีดีจริงอยู่ในหัวใจ ถ้ามันมีดีจริงในหัวใจนะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อยู่โคนต้นโพธิ์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระป่าองค์แรก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านรื้อค้นของท่านมา แล้วองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมาไง
ไอ้สิ่งที่ก่อสร้างร่างขึ้นมามันมาทีหลังไง พอมาทีหลังมันเป็นที่พึ่งอาศัยเท่านั้นไง มันเป็นเพราะคนที่มีศรัทธามีความเชื่อของเขา กษัตริย์สมัยพุทธกาลเขาได้สร้างสมบุญญาธิการของเขาไง เขาสละทานของเขาด้วยศรัทธาของเขา ด้วยวัฒนธรรมประเพณีของเขา
ถ้าชาวพุทธ ชาวพุทธก็ศีล สมาธิ ปัญญาในหัวใจไง มรรคมันเกิดที่นี่ไง แล้วจะไปเทียมหน้าเทียมตาใครล่ะ เทียมธรรมสิ ธรรมในหัวใจให้มันพัฒนาขึ้นมา ธรรมในหัวใจ ศีล สมาธิ ปัญญา ศีล สมาธิ ปัญญา ที่เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เวลากิดมาพบพระพุทธศาสนา ศาสนา เห็นไหม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสั่งพระอานนท์ไว้
“เธอบอกประชาชนนะ ให้เขาปฏิบัติบูชาเราเถิด ปฏิบัติบูชาเราเถิด”
การประพฤติปฏิบัติมันก็เป็นการขวนขวาย การขวนขวายมันจะดีจะชั่วเป็นคนกระทำ คนที่มีการกระทำขึ้นมา พระพุทธศาสนามันสำคัญ สำคัญที่นี่ไง สำคัญที่การกระทำของเรา สำคัญที่หายใจเข้าพุท หายใจออกโธนี่ไง สำคัญที่หัวใจนี่ไง ถ้าหัวใจนี้มันเข้มแข็งขึ้นมาแล้ว มันจะมีอะไรมาชักนำหัวใจเราไปไง สิ่งที่เป็นธรรมๆ แล้ววิหารธรรม วิหารธรรมในหัวใจ มันมีความสุขความสงบของมัน
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมขึ้นมาแล้ว วิมุตติสุข วิมุตติสุข อยู่ไหนก็มีความสุข ความสุขที่ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน เวลาพวกเราไอ้พวกขี้ทุกข์ขี้ยาก ถ้าทำคงวามสงบของใจเข้ามานะ ขอให้ใจสงบเถอะ สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี แค่ความสงบของใจมันรื่นเริง โอ้โฮ! มันฝังใจ แค่จิตสงบนั่นน่ะ แล้วจิตสงบมันหาที่ไหนล่ะ ไปซื้อหาที่ไหน จะไปสำนักไหนให้เขาขวนขวายทำให้ ถ้าเราไม่ทำของเราขึ้นมาเอง ถ้าไปทำที่ไหนไอ้นั่นเขายัดเยียดให้ ชี้เลยว่าเป็นอันนั้น เป็นอันนั้น
เป็นอะไร เขาว่าเป็นแต่เราไม่เป็น เขาว่าเราเป็นแต่เราทุกข์ ถ้ามันทุกข์มันสุขมันอยู่ที่หัวใจเรานี่สิ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเปิดตาของใจนะ เวลาตาของใจที่มันทุกข์มันยากอยู่มันก็เต็มหัวอก ถ้ามันจะเป็นคุณงามความดีขึ้นมาบ้าง ก็ให้มันเกิดขวนขวายขึ้นมาเป็นความจริง ถ้าเป็นความจริงขึ้นมา สิ่งนี้มันมีคุณค่ามหาศาลนะ สิ่งที่มันเกิดขึ้นมาในหัวใจอัตตสมบัติ อัตตสมบัติ
หลวงตาท่านพูดประจำ ถ้าพระทรงศีลทรงธรรมไม่ได้ใครจะทรง ถ้าพระภาวนาไม่เป็น พระภาวนาไม่ได้ แล้วจะให้ใครทำ พระต้องภาวนาได้ก่อน ถ้าพระภาวนาได้ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่อาศัยของเราไง ถ้าที่พึ่งอาศัยของเรานะ หัวใจเราที่อ่อนแอ หัวใจที่เรา เห็นไหม
พระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์เสวยชาติเป็นพระโพธิสัตว์ ไอ้นี่พระปฏิบัติกันไปเห็นแต่สัตว์ เห็นสัตว์ เห็นภูต ผี ปีศาจ ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปสวนสัตว์ แก้กรรมๆ ก็ไปวันที่เขาอภัยโทษออกจากคุกเต็มเลย มันแก้กรรมเสร็จแล้ว คนที่พ้นจากโทษ พ้นจากคุกนั่นมันแก้กรรม แล้วเอ็งจะไปแก้กรรมอะไรของเอ็ง ทำคุณงามความดีของเราสิ ทำดี ความดีเป็นความดี ความชั่วเป็นความชั่ว ทำความชั่วแล้วมันเกิดผล เกิดกรรมทั้งนั้น กรรมคือการกระทำ เอ็งได้ทำไปแล้ว
นี่ไง เวลาหลวงตาท่านสอนไง เที่ยวหามแต่บาปแต่กรรม เที่ยวทำแต่ความชั่ว แล้วก็ปลิ้นปล้อนว่าตัวเองทำคุณงามความดี แล้วจะเอาความดีมาจากไหน มันฝังอยู่ในหัวใจ ความลับไม่มีในโลก ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แล้วเราขวนขวายสร้างคุณงามความดีของเรา ใครจะเยาะเย้ยถากถางช่างหัวมัน คนทำคุณงามความดีโดนทิ่มโดนตำทั้งนั้นน่ะ มันจะไปนิพพาน มันจะไปสวรรค์ อ้าว! ก็กูจะไปน่ะทำไม เออ! บอกมันเลย พอมันบอกจะไปสวรรค์ จะไปนิพพาน โอ๋ย! อายเขา ไม่กล้าทำ
เวลาต่อไปจะทำคุณงามความดีต้องแอบทำ ไอ้ทำความชั่วไม่ต้อง กินเหล้าเมายากลางถนนหนทางเป็นไปได้หมด จะไปวัดไปวาต้องแอบต้องซ่อนไป อนาคตนะผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน อนาคต เพราะขี้ครอกมันมาก เวลาหลวงตาท่านสอน คนดีมากหรือคนชั่วมาก คนชั่วมากกว่าคนดีทั้งนั้น เวลาคนชั่วมากกว่าคนดี คนชั่ว เวลาคนชั่วขนโคกับเขาโค เขาโคมีอยู่ ๒ เขา ขนโคมีอยู่เต็มตัวมัน
นี่ก็เหมือนกัน สังคมเป็นแบบนั้น ถ้าสังคมเป็นแบบนั้นเราหลีกเราเร้นของเรา ถ้าสังคมเป็นแบบนั้น คนไม่มีจุดยืนนะ ไหลไปกับเขา มันฝืนกระแสสังคมไม่ได้ จะทำคุณงามความดีก็ต้องฝืนกระแสสังคมก่อน แล้วเราก็ไปทำคุณงามความดี ยังทำจะถูกที่ถูกทางอีกหรือไม่ ก็ยังต้องพิจารณากันก่อน
นี่ไง กาลามสูตร กาลามสูตร ไม่ให้เชื่อใดๆ ทั้งสิ้นไง ไม่ให้เชื่อใครทั้งสิ้น ให้เชื่อผลจากการกระทำของเรา ศีลจะรู้ได้ต่อเมื่ออยู่ด้วยกัน ธรรมะจะรู้ได้ตอนอ้าปากเนี่ย ธรรมะจะรู้ได้ตอนเทศน์ ธรรมะจะรู้ได้ คนจะรู้ว่าโง่ ฉลาด ตอนที่มันพูด มันพูดออกมานั่นน่ะโง่หรือฉลาด ธรรมะมันทำให้โง่ได้อย่างไร ธรรมะมันจะทำให้ฉลาด
คนที่ฉลาด ฉลาดในอะไร ฉลาดในอารมณ์ ฉลาดในกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ฉลาดในสิ่งที่ครอบงำหัวใจ ฉลาดสิ่งที่มันชักชวนให้ไปกินเหล้าเมายา มันชวนให้เล่นการพนันน มันชวนให้ไปเที่ยว ถ้าเราฉลาดกว่ามัน ทำไมกูต้องเอาเงินไปเผาทิ้ง กูฉลาดกว่ามึง กูไม่เอาเงินไปเผาทิ้ง ความสุข ความสุขก็เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนาให้จิตมันสงบ สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี แล้วหาซื้อไม่ได้ เทวดา อินทร์ พรหมยังแสวงหา เราต้องการอย่างนี้ไง ถ้าคนมันฉลาดมันฉลาดที่นี่ ถ้าฉลาดที่นี่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอน สอนให้พวกเราฉลาดขึ้น สอนให้เราพัฒนาขึ้น พัฒนาด้วยสติด้วยปัญญาของเรา
วันพระ วันพระเป็นผู้ประเสริฐ ทำหัวใจของเราให้ประเสริฐขึ้นมา ถ้าหัวใจประเสริฐขึ้นมาเราจะเป็นคนดี คนดีของเรา คนดีในหัวใจของเรา ไม่ใช่คนดีของใครทั้งสิ้น ถ้าคนดีของใครทั้งสิ้น นั่นน่ะ จะเป็นเหยื่อแล้ว คนดีต้องทำบุญเยอะๆ คนดีต้องเป็นพวกเรา ถ้าเป็นพวกเขาไม่ดี เป็นคนดีในหัวใจของเรา ไม่ใช่ดีของใครทั้งสิ้น โลกธรรม ๘ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ ติฉินนินทาเรื่องของเขา ไม่เกี่ยว ความจริงๆ ความจริงในหัวใจของเรา พิสูจน์กันที่นี่ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
พระพุทธศาสนานี้สำคัญมาก สำคัญทำให้ทุกๆ ดวงใจมีสิทธิเสรีภาพที่จะทำได้ ทำให้ดวงใจนี้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ พระพุทธศาสนาสำคัญที่สุด ไม่เชื่อสิ่งใดทั้งสิ้น ไม่เคารพบูชาใดๆ ทั้งสิ้น เคารพแต่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ถ้าปฏิบัติไปแล้วเห็นสัจจะเห็นความจริงขึ้นมา ภาวนามยปัญญาเกิดขึ้นในหัวใจนี้ ต้องการสิ่งนี้เป็นธรรมโอสถเพื่อรักษาหัวใจของเรา เอวัง